ภาพรวมการรับนักศึกษาทันตแพทย์

 

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่บนถนนโยธี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จัดการเรียนการสอน สาขาทันตแพทยศาสตร์ โดยให้การศึกษาและฝึกอบรมในระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษา ซึ่งระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาช่างทันตกรรม ระดับปริญญาตรี ได้แก่ หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) และหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีทันตกรรม (ต่อเนื่อง 2 ปี) บัณฑิตศึกษาได้แก่ ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรการฝึกอบรมทันตแพทย์ประจำบ้าน/เฉพาะทาง

นอกจากให้การศึกษาเพื่อผลิตทันตบุคลากรทุกระดับแล้ว คณะทันตแพทยศาสตร์ยังให้การสนับสนุนและส่งเสริมการทำวิจัย โดยโครงการวิจัยของคณะครอบคลุมการวิจัยพื้นฐาน การวิจัยประยุกต์ และการวิจัยเพื่อการพัฒนาอีกด้วยเพื่อความก้าวหน้าและแนวคิดสมัยใหม่ในการดูแลรักษาทันตสุขภาพ

สำหรับหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มีปรัชญา วัตถุประสงค์ ระยะเวลาในการศึกษา และโครงสร้างหลักสูตร ดังนี้

 

ปรัชญาของหลักสูตร

          บัณฑิตทันตแพทยศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรนี้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร 

         เพื่อผลิตทันตแพทยศาสตรบัณฑิตให้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

  1. มีความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสามารถนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ประยุกต์หรืออธิบายปรากฏการณ์ทางคลินิกอย่างมีเหตุผลตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
  2. มีความรู้ความสามารถ และทักษะพื้นฐานทางทันตแพทยศาสตร์ จนสามารถบูรณาการความรู้ความสามารถในการตรวจ วินิจฉัย วางแผนการรักษา ป้องกัน บำบัดโรคในช่องปาก และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการฟื้นฟูสภาพได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยคำนึงถึงหลักสุขภาพองค์รวม (Holistic approach) ของผู้ป่วย รวมทั้งมีความรู้ในเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยตระหนักถึงความเหมาะสม ข้อจำกัดและขีดความสามารถของตนเอง เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย มีความรู้และเข้าใจปัญหาทางทันตสาธารณสุข สามารถร่วมแก้ไข เผยแพร่ความรู้และส่งเสริมทันตสุขภาพ ได้อย่างถูกต้อง
  3. มีความรู้หลักของการวิจัย และสามารถทำการวิจัยที่ไม่ซับซ้อน
  4. มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณและเจตคติอันดีงามต่อการประกอบวิชาชีพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดจนทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย
  5. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสังคม เทคโนโลยี และสภาวะแวดล้อมเพื่อการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และ การดำรงชีพได้อย่างมีความสุข มีโลกทัศน์กว้างและทันเหตุการณ์
  6. มีความรู้ในหลักการบริหารงาน สามารถเป็นผู้นำกลุ่มงาน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถผสมผสาน และประยุกต์ความรู้ ความสามารถทางวิชาการทางทันตแพทยศาสตร์กับวิชาการแขนงต่างๆในการปฏิบัติงาน สามารถทำงานร่วมกับบุคลากรสาขาวิชาชีพอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ
  7. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้ มีเจตคติที่ดีในการศึกษาด้วยตนเอง และพัฒนาการประกอบวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง

 

ระยะเวลาการศึกษา

         ใช้เวลาในการศึกษาตามหลักสูตร 6 ปีการศึกษา โดยแบ่งเป็นการศึกษาระดับเตรียมทันตแพทย์ 1 ปี ระดับพรีคลินิก 2 ปี และระดับคลินิก 3 ปี และให้ศึกษาตลอดหลักสูตรอย่างมาก ไม่เกิน 12 ปีการศึกษา

 

โครงสร้างหลักสูตร
         จำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตร 237 หน่วยกิต

         โครงสร้างหลักสูตรหรือองค์ประกอบของหลักสูตร

 

ก. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 30 หน่วยกิต

– กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ 10 หน่วยกิต

– กลุ่มวิชาภาษา 10 หน่วยกิต

– กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ 10 หน่วยกิต

 

ข. หมวดวิชาเฉพาะ 201 หน่วยกิต

– วิชาชีพพื้นฐาน 17 หน่วยกิต

– วิชาชีพ 182 หน่วยกิต

– วิชาเลือก 2 หน่วยกิต

 

ค. หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต

 

การสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีการศึกษา 2562

         การสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีการศึกษา 2562  มี 2รอบ ได้แก่

    1. รอบที่ 1 : Portfolio
    2. รอบที่ 3 : รับตรงร่วมกัน (โครงการ กสพท)

1. รอบที่ 1 : Portfolio รับ 3 คน

ผู้สมัครกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ม.6 แผนการศึกษาวิทย์-คณิต โดยผู้สมัครจะต้องจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

 

1. คุณสมบัติเฉพาะ

1.1 ต้องไม่เป็นผู้รับทุนของโครงการอื่นๆ ที่มีภาระผูกพันการศึกษาหรือปฏิบัติงาน

1.2 ไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันอื่นๆ ของรัฐ เว้นแต่ได้ลาออกก่อนที่จะไปสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

1.3 เป็นผู้มีสัญชาติไทย อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี

1.4 ต้องมี Portfolio ประกอบไปด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

        1.4.1 ประวัติส่วนตัว

        1.4.2 กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม หรือ จิตอาสา

        1.4.3 เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) ≥ 3.50

        1.4.4 มีคะแนนเฉลี่ยสาระการเรียนรู้ (GPA) ดังนี้

        (1) วิทยาศาสตร์ ≥ 3.50

        (2) คณิตศาสตร์ ≥ 3.50

        (3) ภาษาอังกฤษ ≥ 3.50

        (4) ภาษาไทย ≥ 3.00

        (5) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ≥ 3.00

5.4.5 มีผลการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย
อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

(1) TOEFL (Internet-based) ไม่ต่ำกว่า 80

(2) IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5

5.4.6 เป็นผู้ได้รับรางวัลระดับชาติ และ/หรือ รางวัลระดับนานาชาติ สาขาทางวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี

5.4.7 จดหมายรับรอง จากอาจารย์ประจำชั้น หรืออาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน (Letter of recommendation) อย่างน้อย 2 ท่าน เขียนแนะนำว่าผู้สมัครมีความเหมาะสมที่จะเป็นทันตแพทย์เพราะอะไร

 

5.5 คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ตามเกณฑ์ขององค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย กำหนดดังต่อไปนี้

1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ของรัฐได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว โดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาล และมหาวิทยาลัย

2. ต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังต่อไปนี้

2.1 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) โรคประสาทรุนแรง (severe neurotic disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.2 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพ ทันตกรรม

2.3 เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเองต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.3.1 โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่าง น้อย 3 ปี โดย มีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)

2.3.2 โรคติดสารเสพติดให้โทษ

2.4 มีความพิการทางร่างกายหรือข้อบกพร่องอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น ตาบอด เป็นใบ้ หรือหูหนวกทั้งสองข้าง ความผิดปกติของการใช้มือในการทำหัตถการ จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการทำงาน หรือภาวะพิการอื่นใด ซึ่งมิได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ ที่คณะกรรมการสอบคัดเลือกเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

2.5 มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.6 มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.7 มีภาวะตาบอดสีระดับรุนแรง หรือ ภาวะตาพร่องสีระดับรุนแรง โดยมีผลการตรวจ FRANSWORTH D 15 hue test มีเส้นตัดขวางมากกว่าหรือเท่ากับ 10 เส้น (ตามแนวทางการตรวจตาบอดสีของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.8 โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ 2 เมื่อคณะทันตแพทยศาสตร์พิจารณาตัดสิน ให้ถือว่าผลการพิจารณาเป็นที่สิ้นสุด

 

6 เกณฑ์การตัดสิน

พิจารณาจาก Portfolio, recommendation เรียงความภาษาอังกฤษ รางวัลที่ได้รับ และคะแนนภาษาอังกฤษ รวมถึงกระบวนการสอบสัมภาษณ์แบบ Multiple mini interview (MMI)

 

7 เอกสารอื่นๆ ที่ส่วนงานต้องการเพิ่มเติมนอกเหนือเอกสารประกอบการสมัคร

7.1 ต้องมี Portfolio รายละเอียดดังที่กำหนดในข้อ 5.4

7.2 เขียนเรียงความภาษาอังกฤษ (Personal essay) ในหัวข้อที่กำหนด (ความยาว 1,000 คำ หรือไม่เกิน 1 หน้า A4) ในวันสัมภาษณ์

7.3 สำเนาใบเกียรติบัตร หรือประกาศนียบัตร ที่ระบุชื่อผู้ได้รับรางวัล ลำดับที่ได้รับรางวัล และรายละเอียดรางวัล ในกรณีที่ไม่ได้รับเกียรติบัตร แต่ได้รับโล่ หรือ ถ้วยรางวัล หรือ รางวัลในรูปแบบอื่น ให้แนบรูปรางวัลที่เห็นเป็นลำดับที่ได้และรายละเอียดอย่างชัดเจน

2. รอบที่ 3 : การรับตรงร่วมกัน (โครงการ กสพท) รับ 83 คน

กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) เป็นผู้ดำเนินการรับสมัคร ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้สนใจศึกษาในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สมัครตามที่ กสพท กำหนด โดยผู้สมัครจะต้องสอบวิชาสามัญ ที่ดำเนินการโดย สทศ. และสอบวิชาเฉพาะที่ดำเนินการโดย กสพท ผู้สมัครจะต้องจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

1. คุณสมบัติเฉพาะ

1.1 มีคะแนนสอบวิชาสามัญ ดังนี้

1.1.1 ฟิสิกส์ ≥ 30%

1.1.2 เคมี ≥ 30%

1.1.3 ชีววิทยา ≥ 30%

1.1.4 คณิตศาสตร์ 1 ≥ 30%

1.1.5 ภาษาอังกฤษ์ ≥ 30%

1.1.6 ภาษาไทย ≥ 30%

1.1.7 สังคมศึกษา ≥ 30%

 

1.2 ผลการสอบ (O-NET) 5 กลุ่มสาระการเรียนรู้ ดังนี้

สำหรับผู้สมัครที่จะสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ปีการศึกษา 2561 จะต้องสอบ O-NET ปีการศึกษา 2561 และคะแนนรวมต้องไม่น้อยกว่า ร้อยละ 60 จาก 5 กลุ่มสาระวิชา ซึ่งได้แก่ วิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ภาษาไทย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

 

1.3 การสอบวิชาเฉพาะ

1.3.1 การทดสอบศักยภาพในการเรียนรู้ ได้แก่ ความสามารถในการจับใจความ คิดวิเคราะห์ สังเคราะห์ เชื่อมโยง ความเป็นเหตุเป็นผล และการคิดอย่างมีวิจารณญาณ

1.3.2 การประเมินแนวคิดทางจริยธรรม

 

1.4 คุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

โดยเป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ให้เหมาะสม โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ข้อ คือ 1. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย 2. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาทันตแพทย์เอง และ 3. เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เห็นควรกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้

1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว โดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาล และมหาวิทยาลัย

2. ไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิตในสถาบันอื่นๆ ของรัฐ เว้นแต่ได้ลาออกก่อนที่จะไปสมัครสอบคัดเลือกเข้าศึกษาต่อในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต

3. ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ โดยต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังต่อไปนี้

3.1 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.2 เป็นโรคติดต่อในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.3 เป็นโรคไม่ติดต่อหรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเองต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.3.1 โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่าง น้อย 3 ปี โดย มีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)

3.3.2 โรคติดสารเสพติดให้โทษ

3.4 มีความพิการทางร่างกายหรือข้อบกพร่องอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาการปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น ตาบอด เป็นใบ้ หรือหูหนวกทั้งสองข้าง ความผิดปกติของการใช้มือในการทำหัตถการ จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการทำงาน หรือภาวะพิการอื่นใด ซึ่งมิได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ ที่คณะกรรมการสอบคัดเลือกเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

3.5 มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.6 มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.7 มีภาวะตาบอดสีระดับรุนแรง หรือ ภาวะตาพร่องสีระดับรุนแรง โดยมีผลการตรวจ FRANSWORTH D 15 hue test มีเส้นตัดขวางมากกว่าหรือเท่ากับ 10 เส้น (ตามแนวทางการตรวจตาบอดสีของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

3.8 โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม
ทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ 2 ให้แต่ละคณะ/วิทยาลัย พิจารณาตัดสิน ซึ่งผลการพิจารณาของ คณะ/วิทยาลัย ถือเป็นที่สิ้นสุด