ภาพรวมการรับนักศึกษาทันตแพทย์

 

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล

คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ตั้งอยู่บนถนนโยธี เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จัดการเรียนการสอน สาขาทันตแพทยศาสตร์ โดยให้การศึกษาและฝึกอบรมในระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ปริญญาตรี และบัณฑิตศึกษา ซึ่งระดับต่ำกว่าปริญญาตรี ได้แก่ หลักสูตรประกาศนียบัตรผู้ช่วยทันตแพทย์ และหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาช่างทันตกรรม ระดับปริญญาตรี ได้แก่ หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรนานาชาติ) และหลักสูตรเทคโนโลยีบัณฑิต สาขาเทคโนโลยีทันตกรรม (ต่อเนื่อง 2 ปี) บัณฑิตศึกษาได้แก่ ประกาศนียบัตรบัณฑิตทางวิทยาศาสตร์การแพทย์คลินิก วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต ประกาศนียบัตรบัณฑิตชั้นสูง ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต และหลักสูตรการฝึกอบรมทันตแพทย์ประจำบ้าน/เฉพาะทาง

นอกจากให้การศึกษาเพื่อผลิตทันตบุคลากรทุกระดับแล้ว คณะทันตแพทยศาสตร์ยังให้การสนับสนุนและส่งเสริมการทำวิจัย โดยโครงการวิจัยของคณะครอบคลุมการวิจัยพื้นฐาน การวิจัยประยุกต์ และการวิจัยเพื่อการพัฒนาอีกด้วยเพื่อความก้าวหน้าและแนวคิดสมัยใหม่ในการดูแลรักษาทันตสุขภาพ

สำหรับหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต มีปรัชญา วัตถุประสงค์ ระยะเวลาในการศึกษา และโครงสร้างหลักสูตร ดังนี้

 

ปรัชญาของหลักสูตร

บัณฑิตทันตแพทยศาสตร์ ที่สำเร็จการศึกษาตามหลักสูตรนี้มีความรู้ความสามารถในวิชาชีพ มีคุณธรรม จริยธรรม ใฝ่เรียนรู้ เพื่อคุณภาพชีวิตของประชาชน

 

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร

 

เพื่อผลิตทันตแพทยศาสตรบัณฑิตให้มีคุณสมบัติดังต่อไปนี้

1. มีความรู้พื้นฐานทางด้านวิทยาศาสตร์การแพทย์และสามารถนำมาวิเคราะห์ข้อมูล ประยุกต์หรืออธิบายปรากฏการณ์ทางคลินิกอย่างมีเหตุผลตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์

2. มีความรู้ความสามารถ และทักษะพื้นฐานทางทันตแพทยศาสตร์ จนสามารถบูรณาการความรู้ความสามารถในการตรวจ วินิจฉัย วางแผนการรักษา ป้องกัน บำบัดโรคในช่องปาก และอวัยวะที่เกี่ยวข้อง รวมถึงการฟื้นฟูสภาพได้อย่างถูกต้องเหมาะสม โดยคำนึงถึงหลักสุขภาพองค์รวม (Holistic approach) ของผู้ป่วย รวมทั้งมีความรู้ในเทคโนโลยีที่ทันสมัยโดยตระหนักถึงความเหมาะสม ข้อจำกัดและขีดความสามารถของตนเอง เพื่อประโยชน์สูงสุดของผู้ป่วย มีความรู้และเข้าใจปัญหาทางทันตสาธารณสุข สามารถร่วมแก้ไข เผยแพร่ความรู้และส่งเสริมทันตสุขภาพ ได้อย่างถูกต้อง

3. มีความรู้หลักของการวิจัย และสามารถทำการวิจัยที่ไม่ซับซ้อน

4. มีคุณธรรม จริยธรรม จรรยาบรรณและเจตคติอันดีงามต่อการประกอบวิชาชีพ มีความรับผิดชอบต่อสังคม อนุรักษ์สิ่งแวดล้อมตลอดจนทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมไทย

5. มีความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับสังคม เทคโนโลยี และสภาวะแวดล้อมเพื่อการสื่อสาร การปฏิบัติงาน และ การดำรงชีพได้อย่างมีความสุข มีโลกทัศน์กว้างและทันเหตุการณ์

6. มีความรู้ในหลักการบริหารงาน สามารถเป็นผู้นำกลุ่มงาน มีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีมนุษยสัมพันธ์ที่ดี สามารถผสมผสาน และประยุกต์ความรู้ ความสามารถทางวิชาการทางทันตแพทยศาสตร์กับวิชาการแขนงต่างๆในการปฏิบัติงาน สามารถทำงานร่วมกับบุคลากรสาขาวิชาชีพอื่นได้อย่างมีประสิทธิภาพ

7. มีความสนใจใฝ่เรียนรู้ มีเจตคติที่ดีในการศึกษาด้วยตนเอง และพัฒนาการประกอบวิชาชีพได้อย่างต่อเนื่อง

ระยะเวลาการศึกษา

 

ใช้เวลาในการศึกษาตามหลักสูตร 6 ปีการศึกษา โดยแบ่งเป็นการศึกษาระดับเตรียมทันตแพทย์ 1 ปี ระดับพรีคลินิก 2 ปี และระดับคลินิก 3 ปี และให้ศึกษาตลอดหลักสูตรอย่างมาก ไม่เกิน 12 ปีการศึกษา

โครงสร้างหลักสูตร

จำนวนหน่วยกิตรวมตลอดหลักสูตร 237 หน่วยกิต

โครงสร้างหลักสูตรหรือองค์ประกอบของหลักสูตร

ก. หมวดวิชาศึกษาทั่วไป 30 หน่วยกิต

– กลุ่มวิชามนุษยศาสตร์สังคมศาสตร์ 10 หน่วยกิต

– กลุ่มวิชาภาษา 10 หน่วยกิต

– กลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์คณิตศาสตร์ 10 หน่วยกิต

ข. หมวดวิชาเฉพาะ 201 หน่วยกิต

– วิชาชีพพื้นฐาน 17 หน่วยกิต

– วิชาชีพ 182 หน่วยกิต

– วิชาเลือก 2 หน่วยกิต

ค. หมวดวิชาเลือกเสรี 6 หน่วยกิต

 

การสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีการศึกษา 2561

การสอบคัดเลือกบุคคลเข้าเป็นนักศึกษาทันตแพทย์ มหาวิทยาลัยมหิดล ในปีการศึกษา 2561 มี 2รอบ ได้แก่

1. รอบที่ 1 : Portfolio

2. รอบที่ 3 : รับตรงร่วมกัน (โครงการ กสพท)

 

1. รอบที่ 1 : Portfolio รับ 3 คน 

ผู้สมัครกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือเทียบเท่า ม.6 แผนการศึกษาวิทย์-คณิต โดยผู้สมัครจะต้องจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

(1) คุณสมบัติเฉพาะ

ไม่เป็นตาบอดสีขั้นรุนแรง หรือต้องสอบสัมภาษณ์เป็นภาษาอังกฤษ หรือคุณสมบัติเฉพาะสำหรับผู้มีความสามารถพิเศษ หรือ ต้องเป็นนักเรียนที่อยู่พื้นที่ที่กำหนด หรือ เรียนอยู่ในโรงเรียนเครือข่าย เป็นต้น

1.1 เป็นผู้มีสัญชาตไทย อายุไม่ต่ำกว่า 16 ปี

1.2 ต้องมี Portfolio ประกอบไปด้วยหัวข้อดังต่อไปนี้

1.2.1 ประวัติส่วนตัว

1.2.2 กิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ต่อสังคม หรือ จิตอาสา

1.2.3 มีผลการสอบ BMAT (Biomedical admission test) ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย หรือ

มีคะแนนข้อเขียนวิชาคณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ ที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้าย ดังนี้

1.2.3.1 ผ่านเกณฑ์ Math test ได้แก่ SAT ไม่ต่ำกว่า 700

1.2.3.2 ผ่านเกณฑ์ Science test ดังต่อไปนี้ทั้ง 3 ข้อ ได้แก่

– SAT subject test (Biology – Molecular) ไม่ต่ำกว่า 700

– SAT subject test (Chemistry) ไม่ต่ำกว่า 700

– SAT subject test (Physic) ไม่ต่ำกว่า 650

1.2.4 มีผลการวัดความรู้ทางภาษาอังกฤษที่มีอายุไม่เกิน 2 ปี นับถึงวันรับสมัครวันสุดท้ายอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้

1.2.4.1 TOEFL (Internet-based) ไม่ต่ำกว่า 80

1.2.4.2 IELTS ไม่ต่ำกว่า 6.5

1.2.5 จดหมายรับรอง จากอาจารย์ประจำชั้น หรืออาจารย์ที่ปรึกษา หรือผู้อำนวยการโรงเรียน (Letter of recommendation) อย่างน้อย 2 ท่าน เขียนแนะนำว่าผู้สมัครมีความเหมาะสมที่จะเป็นทันตแพทย์เพราะอะไร

 

 (2) เกรดเฉลี่ยสะสมตลอดหลักสูตร (GPAX) >3.5

 (3) เกณฑ์ขั้นต่ำคะแนนเฉลี่ยสาระการเรียนรู้ (GPA)

วิทย์ คณิต อังกฤษ ไทย สังคม
> 3.5 > 3.5 > 3.5 > 3.0 > 3.0

 

   

   (4) เอกสารอื่นๆ ที่ส่วนงานต้องการเพิ่มเติมนอกเหนือเอกสารประกอบการสมัคร

4.1 ต้องมี Portfolio รายละเอียดดังที่กำหนดในข้อ 1.2

4.2 เขียนเรียงความภาษาอังกฤษ (Personal essay) ในหัวข้อที่กำหนด (ความยาว 1,000 คำ หรือไม่เกิน 1 หน้า A4) ในวันสัมภาษณ์

   ทั้งนี้สามารถดูรายละเอียดได้ที่ : https://admission.mahidol.ac.th


2. รอบที่ 3 : รับตรงร่วมกัน (โครงการ กสพท) รับ 83 คน

กลุ่มสถาบันแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย (กสพท) เป็นผู้ดำเนินการรับสมัคร ผู้สมัครต้องสำเร็จการศึกษาหรือกำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ผู้สนใจศึกษาในหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต คณะทันตแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้สมัครตามที่ กสพท กำหนด โดยผู้สมัครจะต้องสอบวิชาสามัญ ที่ดำเนินการโดย สทศ. และสอบวิชาเฉพาะที่ดำเนินการโดย กสพท ผู้สมัครจะต้องจะต้องมีคุณสมบัติเฉพาะ ดังนี้

 (1) คุณสมบัติพื้นฐานของผู้สมัครเข้ารับการคัดเลือกฯ

1.1 เป็นผู้ที่มีความรับผิดชอบสูง มีความละเอียดรอบคอบ ซื่อสัตย์สุจริต ที่สามารถแสดงให้เห็นได้ทุกขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนการสมัครสอบ การสอบข้อเขียน การสัมภาษณ์ และตรวจสุขภาพ

1.2 เป็นผู้สำเร็จการศึกษาระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย หรือกำลังศึกษาชั้นปีสุดท้าย ในระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย และคาดว่าจะจบการศึกษาก่อนเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2561

1.3 เป็นผู้มีสัญชาติไทย ยกเว้นผู้ที่สมัครเข้าศึกษาในสถาบันเอกชนที่เข้าร่วมกับ กสพท

1.4 เป็นผู้มีคุณสมบัติครบถ้วนที่จะไปปฏิบัติงานในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่างๆ ของรัฐ ตามระเบียบของทางราชการ เรื่องการปฏิบัติงานชดใช้ทุน

1.5 ไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาในมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาของรัฐ เว้นแต่ได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560

1.6 ไม่เป็นผู้ที่กำลังศึกษาเกินชั้นปีที่ 1 ในมหาวิทยาลัย/สถาบันการศึกษาของรัฐ ยกเว้น ผู้ที่ได้ลาออกจากการศึกษาก่อนวันที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2560 และผู้ที่คาดว่าจะจบการศึกษาระดับอุดมศึกษาในปีการศึกษา 2560

1.7 ไม่เป็นผู้ที่ได้รับการคัดเลือกและยืนยันสิทธิ์เข้าศึกษาในสถาบันที่เข้าร่วมการคัดเลือกบุคคลเข้าศึกษาในสถาบันอุดมศึกษาในระบบกลาง (TCAS) ปีการศึกษา 2561 ในรอบที่ 1 การรับด้วย Portfolio และในรอบที่ 2 การรับแบบโควตา

1.8 ไม่มีปัญหาสุขภาพทั้งด้านร่างกายและจิตใจ ที่จะเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา และการประกอบวิชาชีพแพทย์ หรือทันตแพทย์หรือสัตวแพทย์หรือเภสัชกร ตามแนวทางคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าเรียนหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต หลักสูตรสัตวแพทยศาสตรบัณฑิต และหลักสูตรเภสัชศาสตรบัณฑิต ของ กสพท

 

 

(2) เกณฑ์ในการคัดเลือกเข้าศึกษา

ผู้สมัครต้องมีคุณสมบัติตามที่ กสพท กำหนด เข้าสอบวิชาเฉพาะกับ กสพท และเข้าสอบวิชาสามัญ กับ สทศ. ตามหลักเกณฑ์และเวลาที่กำหนด สำหรับรายวิชาและสัดส่วนคะแนนที่ใช้ในการคัดเลือกเข้าศึกษาเป็นดังนี้

น้ำหนักคะแนน ที่ใช้ในการคัดเลือก    กลุ่มสาระวิชาที่ต้องสอบ  เงื่อนไข
กลุ่มสาระวิชา  น้ำหนักคะแนน
 O-NET 0%  วิทยาศาสตร์  – lหากมีการสอบมากกว่า 5 กลุ่มสาระวิชา จะคิดเพียง 5 กลุ่ม
สาระวิชานี้เท่านั้นlสำหรับผู้สมัครที่จะสำเร็จการศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลายปีการศึกษา 2560 รวมถึงผู้สมัครที่จะสำเร็จการศึกษาจากโรงเรียนนานาชาติในประเทศไทยปีการศึกษา 2560 จะต้องสอบO-NET ปีการศึกษา 2560และคะแนนรวมต้องไม่น้อยกว่าร้อยละ 60*
 คณิตศาสตร์   –
 ภาษาอังกฤษ   –
 ภาษาไทย   –
สังคมศึกษา ศาสนา
และวัฒนธรรม
  –
วิชาสามัญ 70จัดสอบโดย สทศ. วิทยาศาสตร์

(ฟิสิกส์ เคมี ชีววิทยา)

 40%  ต้องได้เท่ากับหรือมากกว่า
ร้อยละ 30 ของคะแนนเต็ม
ในแต่ละกลุ่มสาระวิชา
คณิตศาสตร์ 1 20%
ภาษาอังกฤษ 20%
ภาษาไทย 10%
สังคมศึกษา 10%
วิชาเฉพาะ 30% ใช้คะแนนที่สอบ ในวันที่ 10 มีนาคม 2561 เท่านั้น

(3) คุณสมบัติเฉพาะ

โดยเป็นการสมควรกำหนดคุณสมบัติเฉพาะของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ให้เหมาะสม โดยยึดหลักการสำคัญ 3 ข้อ คือ 1. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผู้ป่วย 2. ไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อนักศึกษาทันตแพทย์เอง และ 3. เพื่อไม่ให้เป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

องค์กรผู้บริหารคณะทันตแพทยศาสตร์แห่งประเทศไทย เห็นควรกำหนดคุณสมบัติของผู้สมัครเข้าศึกษาหลักสูตรทันตแพทยศาสตรบัณฑิต ดังต่อไปนี้

1. ต้องมีคุณสมบัติที่จะปฏิบัติงาน ในส่วนราชการหรือหน่วยงานต่าง ๆ ของรัฐได้ หลังจากจบการศึกษาแล้ว โดยต้องสามารถทำสัญญาผูกพันฝ่ายเดียว หรือสัญญาปลายเปิดกับรัฐบาล ตามระเบียบและเงื่อนไขของรัฐบาล และมหาวิทยาลัย

2. ผู้ที่ผ่านการสอบข้อเขียนจะต้องผ่านการสอบสัมภาษณ์ โดยต้องมีสุขภาพสมบูรณ์แข็งแรง และปราศจากโรค อาการของโรค หรือความพิการอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม ดังต่อไปนี้

2.1 มีปัญหาทางจิตเวชขั้นรุนแรงอันอาจเป็นอันตรายต่อตนเอง และ/หรือผู้อื่น เช่น โรคจิต (psychotic disorders) โรคอารมณ์ผิดปกติ (mood disorders) บุคลิกภาพผิดปกติ (personality disorders) ชนิด antisocial personality disorders หรือ borderline personality disorders รวมถึงปัญหาทางจิตเวชอื่น ๆ อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.2 เป็นโรคติดต่อ ในระยะติดต่ออันตราย ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเอง ต่อผู้ป่วย หรือส่งผลให้เกิดความพิการอย่างถาวร อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.3 เป็นโรคไม่ติดต่อ หรือภาวะอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา ที่อาจเกิดอันตรายต่อตนเองต่อผู้ป่วย และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.3.1 โรคลมชักที่ยังไม่สามารถควบคุมได้ (โรคลมชักที่ไม่มีอาการชักมาแล้วอย่าง น้อย 3 ปี โดย มีการรับรองจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญ ถือเป็นโรคลมชักที่ควบคุมได้)

2.3.2 โรคติดสารเสพติดให้โทษ

2.4 มีความพิการทางร่างกาย หรือข้อบกพร่องอันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม เช่น ตาบอด เป็นใบ้ หรือหูหนวกทั้งสองข้าง ความผิดปกติของการใช้มือในการทำหัตถการ จนเป็นอุปสรรคต่อการศึกษาและการทำงาน หรือภาวะพิการอื่นใด ซึ่งมิได้ระบุไว้ในระเบียบนี้ ที่คณะกรรมการสอบคัดเลือกเห็นว่าเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา

2.5 มีความผิดปกติในการได้ยินทั้งสองข้าง โดยมีระดับการได้ยินเฉลี่ยที่ความถี่ 500 – 2,000 เฮิรตซ์สูงกว่า 40 เดซิเบล และความสามารถในการแยกแยะคำพูด (speech discrimination score) น้อยกว่าร้อยละ 70 จากความผิดปกติของประสาท และเซลล์ประสาทการได้ยิน (sensorineural hearing loss) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.6 มีความผิดปกติในการเห็นภาพ โดยมีระดับการมองเห็นในตาข้างดี เมื่อแก้ไขด้วยแว่นสายตาแล้ว แย่กว่า 6/12 หรือ 20/40 ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.7 มีภาวะตาบอดสีระดับรุนแรง หรือ ภาวะตาพร่องสีระดับรุนแรง โดยมีผลการตรวจ FRANSWORTH D 15 hue test มีเส้นตัดขวางมากกว่าหรือเท่ากับ 10 เส้น (ตามแนวทางการตรวจตาบอดสีของราชวิทยาลัยจักษุแพทย์แห่งประเทศไทย) อันเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

2.8 โรคหรือความพิการอื่น ๆ ซึ่งมิได้ระบุไว้ ซึ่งเป็นอุปสรรคต่อการศึกษา การปฏิบัติงาน และการประกอบวิชาชีพทันตกรรม

ทั้งนี้สำหรับปัญหาสุขภาพหรือโรคในข้อ 2 ให้แต่ละคณะ/วิทยาลัย พิจารณาตัดสิน ซึ่งผลการพิจารณาของ คณะ/วิทยาลัย ถือเป็นที่สิ้นสุด

ทั้งนี้ สามารถดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www9.si.mahidol.ac.th